สอบถามผลิตภัณฑ์
และบริการได้แล้ววันนี้
บันทึกข้อมูลสำเร็จ
Copied!

ยกเลิกการติดตามข่าวสาร

ยืนยัน Loading...
Update
Our Locations
ค้นหาร้านค้า ติดต่อเรา

ANONYMนักออกแบบที่ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัย

save_favorites_black saved_favorites
ANONYMนักออกแบบที่ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัย

ANONYMนักออกแบบที่ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัย

save_favorites_black saved_favorites

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคปัจจุบันหลายคนโหยหาธรรมชาติ และพยายามกลับไปใช้ชีวิตที่แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศที่เรียบง่าย สบายใจ สบายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่จะช่วยเยียวยามนุษย์จากสภาวะที่เต็มไปด้วยความเครียด และความกดดันต่าง ๆ ได้อย่างดีนั้นก็คือ “ธรรมชาติ” เห็นได้จากปรากฏการณ์การเติมเต็มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน ด้วยไม้ใบ ไม้ด่าง และไม้ดอกยอดฮิต หรือกระแสการออกไปแคมปิ้ง ที่กลับมาเป็นที่นิยมในหมู่ของคนรุ่นใหม่อย่างกว้างขวาง

หากแต่ในแวดวงที่อยู่อาศัย การออกแบบพื้นที่ให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ในการสร้างสเปซที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสู่พื้นที่พักอาศัย การออกแบบให้สามารถระบายอากาศได้ดี หรือแม้กระทั่งการเปิดมุมมองไปยังพื้นที่สีเขียวโดยรอบ สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดการหาพื้นที่สีเขียวคงไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่สำหรับพื้นที่ในเมืองที่ราคาที่ดินสูงลิบลิ่วสวนทางกับขนาดพื้นที่ การออกแบบให้ที่อยู่อาศัยให้มีการใช้งานที่ครบถ้วน  ไปพร้อม ๆ กับการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ จึงกลายเป็นโจทย์ท้าทายของนักออกแบบในยุคปัจจุบันนี้ไม่น้อยเลย

หนึ่งในสำนักงานออกแบบที่มีผลงานโดดเด่นด้านการผสานพื้นที่สีเขียวให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างน่าสนใจ นั่นก็คือบริษัท  ANONYM นำทีมโดยคุณพงภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ และคุณปานดวงใจ รุจจนเวท กับผลงานดีไซน์ที่ไม่ได้ใช้เพียงต้นไม้ หากแต่ยังมีการใช้น้ำ และสีสันเข้ามาผนวกกัน เพื่อสร้างสเปซให้เกิดความรู้สึกน่าสนใจ สื่อถึงความเป็นธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่าแล้วก็ไปร่วมฟังแนวคิดการออกแบบ พร้อมตัวอย่างผลงานของพวกเขากันว่า มีความน่าสนใจมากมายเพียงใด

เมื่อ ธรรมชาติ คือหัวใจในการออกแบบ

คุณปานดวงใจ : วิถีการออกแบบของ ANONYM เราจะพยายามนำ Open Space เข้ามาเป็นส่วนประกอบของการออกแบบเป็นหลัก เพราะเราสนใจเรื่องพื้นที่ว่าง และ Open Space เวลาเรานำมาใช้ มันจะสามารถทำให้เราดึงเรื่องของ Natural Ventilation, Natural Light และ Greenery เข้ามาอยู่ในงานออกแบบของเราด้วย”

คุณพงภัทร : แนวคิดนี้เริ่มมาตั้งแต่บ้านหลังแรกที่เราทำ ซึ่งเป็นบ้านที่ออกแบบให้คุณพ่อของคุณปานดวงใจ ชื่อว่าบ้านสามเหลี่ยม ด้วยความที่เราสนใจเรื่องการดึงธรรมชาติเข้ามาใช้ในงานสถาปัตยกรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมีโอกาสมาออกแบบบ้านพัก เราจึงคิดว่าการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งนั้น มีความสำคัญกับการอยู่อาศัยค่อนข้างมาก พอผ่านกระบวนการคิด เข้าสู่กระบวนการออกแบบก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ทั้งเรื่องของการจัดสวน และเรื่องพฤติกรรมการอยู่อาศัย”

คุณพงภัทร : นอกจากบ้านสามเหลี่ยมแล้ว ยังมีบ้าน Courtyard ซึ่งเป็นบ้านหลังล่าสุด โดยเป็นบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าด้วยความที่สมาชิกในบ้านมีทั้งหมด 5 ครอบครัว เราเลยออกแบบบ้านมา 1 รูปแบบ จำนวน 5 ยูนิต มีคอร์ตอยู่ตรงกลางร่วมกันในบ้านทั้ง 5 ยูนิต ของ 5 ครอบครัว คอร์ตกลางส่วนนี้จะทำหน้าที่เรียกความสนใจของเจ้าของบ้านที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นไม้ น้ำ และหิน เป็นการทำสถาปัตยกรรม 1 รูปแบบ แต่สามารถทำให้เกิดความหลากหลายได้”

เข้าถึงธรรมชาติผ่านสีสัน ผิวสัมผัส และวัสดุ

คุณพงภัทร : บ้าน Pillar House ก็เป็น Case Study ที่อธิบายถึงการใช้สีได้ดี โจทย์จากเจ้าของบ้านคือ อยากได้บ้านอารมณ์เหมือนไปเที่ยวรีสอร์ต แต่ที่ตั้งของบ้านอยู่ที่ลาดพร้าว ฉะนั้นเราจึงดึงวัสดุที่เป็นโทนธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้ และหินมาใช้”

คุณปานดวงใจ :สีขาวของบ้าน Pillar House ที่เราเห็นก็ไม่ใช่สีขาวเสียทีเดียว เพราะสีขาวมีหลากหลายเฉด สีขาวที่เราเลือกมาจึงเลือกเฉดที่ทำให้แสงธรรมชาติสะท้อนกับผนังแล้วดูนุ่มนวลอบอุ่น ไม่เกิดความคอนทรานสต์ เป็นบรรยากาศที่ดู Soft และ Warm โทนสีที่นำมาประกอบกันจะเป็นโทนสีเบจ และสีไม้โอ๊ก ส่วนบรรยากาศก็เน้นถึงความเป็นธรรมชาติผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ ไม้ น้ำ และก้อนหิน”

ไม่ใช่แค่ธรรมชาติที่สามารถเติมพื้นที่สีเขียวได้

คุณปานดวงใจ : ถ้าเรามองธรรมชาติก็จะพบว่ามีสีอยู่มากมาย ทั้งสีของดอกไม้ สีของใบไม้ สีของท้องฟ้า สีของน้ำ ฯลฯ ขณะที่งานสถาปัตยกรรมเราไม่อยากให้สถาปัตยกรรมมาแข่งกับงานที่เป็นธรรมชาติมากนัก เราจึงเลือกที่ทำให้งานสถาปัตยกรรมดูกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะฉะนั้นสีที่นำมาใช้ค่อนข้างบ่อยจึงเป็นโทน Neutral โทนนี้จะสามารถทำให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้ค่อนข้างมาก และเป็นสีที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบาย”

คุณพงภัทร :ผมว่าเรื่องของสีค่อนข้างละเอียดอ่อน โทนสีที่ต่างกัน มู้ดของงานสถาปัตยกรรมก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยด้วยความที่งานของออฟฟิศส่วนใหญ่จะเป็นงานบ้านพักอาศัย ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ อยากให้เขาเข้ามาแล้วอยู่สบาย ประกอบกับที่เราสนใจเรื่องการดึงธรรมชาติเข้ามาใช้ หรือการเว้นพื้นที่ว่าง วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีที่มาจากงานไม้ งานหิน หรือพื้นผิวที่มีเท็กซ์เจอร์ในผนัง โทนสีก็ค่อนข้างสบาย ๆ ในรายละเอียดของการทำบ้านก็มีความต่างกันออกไป เพราะแต่ละครอบครัวก็มีความชอบที่ต่างกัน”

ตีความแรงบันดาลใจจากธรรมชาติสู่พื้นที่อยู่อาศัย

คุณพงภัทร :จริง ๆ เวลาเริ่มออกแบบเราก็พยายามทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านก่อนว่า บุคลิกของแต่ละคนเป็นอย่างไร ทัศคติเป็นแบบไหน โชคดีของเราที่เวลาเจ้าของบ้านมาคุยด้วย เขาจะชอบอะไรที่มันสบาย ๆ มีความเป็นธรรมชาติ และเน้นเรื่องพฤติกรรมการอยู่อาศัย ไม่ได้มีเรื่องของวัตถุอะไรมากมาย พอเราเข้าใจเขามากขึ้น เราก็ทำบ้านที่สื่อถึงความเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น”

คุณปานดวงใจ : เราก็ต้องดูว่า บ้านหลังนี้ต้องการอะไร ลูกค้าต้องการอะไร มีบ้านหลังหนึ่งที่เราใช้สีมาเป็นส่วนหนึ่งของการดีไซน์ โดยเริ่มต้นด้วยภาพทุ่งหญ้า ภูเขา และแดดตอนเช้า หญ้าก็เป็นหญ้าแห้ง ๆ เราเริ่มต้นด้วยภาพนี้ แล้วบังเอิญตรงกับสิ่งที่ลูกค้าชอบ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่เราเริ่มต้นจากภาพที่เราเห็นพ้องตรงกัน เราก็ดึงองค์ประกอบของสีที่อยู่ในภาพนั่นแหละมาใช้ แล้วคิดต่อว่ามีสีอะไรบ้างที่ทำให้นึกถึงแดดตอนเช้า สีของทุ่งหญ้า แล้วเราก็พยายามดึงวัสดุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น งานผ้า งานหนัง เข้ามาเป็นส่วนประกอบ

“และถ้าพูดถึงเรื่องสี สิ่งที่เป็นอิทธิพลคือ เรื่องของฮวงจุ้ย เวลาเราออกแบบบ้าน ลูกค้าหลายคนก็คิดถึงเรื่องฮวงจุ้ย เราก็นำฮวงจุ้ยมาเป็นองค์ประกอบในการออกแบบด้วยเสียเลย เพราะฉะนั้นก็จะมีสีมงคลที่ตรงกับเจ้าของบ้านหลังนั้น ๆ กล่าวคือสวยแล้วต้องสบายใจด้วย ช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจว่าสีนี้อยู่แล้วสบาย”

หลักการเลือกใช้สีในงานออกแบบตกแต่งภายใน

คุณปานดวงใจ :ส่วนใหญ่งานของออฟฟิศมักเป็นงานออกแบบบ้าน หรือ Residential ทำให้การจะปรับสีตามเทรนด์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก สีที่เราเลือกจึงเป็นสีที่อยู่ได้นาน แล้วก็เป็น Timeless ถ้าหากเราทำงานที่เป็น Commercial หรืองาน Retail สีก็มีอิทธิพลมากพอสมควร เพราะต้องมีความสนุกสนานและหลากหลาย เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา งานดีไซน์ต้องดูไม่น่าเบื่อ เพราะฉะนั้นสีก็มีอิทธิพลพอสมควร โดยขึ้นอยู่กับงานแต่ละประเภทด้วย”

คุณพงภัทร :จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว ผมคิดว่าคนยังต้องการความเป็นธรรมชาติ โทนสีธรรมชาติในปีนี้และปีหน้า อย่างไรก็จะยังคงเป็นที่นิยม เพราะช่วงโควิด-19 คนอยากอยู่กับธรรมชาติ คนอยากมีพื้นที่ทำสวนเล็ก ๆ แล้วยิ่งพื้นที่ที่เป็น Open Space ผมว่าน่าจะเป็นสิ่งที่คนต้องการมากขึ้น เราทำรีเสิร์ชมาว่า คนต้องการพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ ต้องการบ้านที่มีแสง มีคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี องค์ประกอบพวกนี้จะเป็นตัวผสานให้เกิดการนำเทรนด์สีเข้ามาเป็นองค์ประกอบ เพราะเชื่อว่าสีมีผลต่อความรู้สึกและการอยู่อาศัยนั่นเอง”

สีเปลี่ยน อารมณ์เปลี่ยน

คุณพงภัทร : ผมว่าสีมันเป็นเรื่องปัจเจกและเป็นเรื่องของทัศนคติด้วย บางคนชอบสีแดงก็มองสีแดงเป็นสีธรรมชาติ บางคนไม่ชอบสีแดงก็มองสีแดงเป็นสีที่แรง ดูแล้วกดดัน ขึ้นอยู่กับความชอบมากกว่า”

คุณปานดวงใจ : ในหนึ่งสีสามารถสื่อถึงความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปได้ เช่น สีน้ำเงินเราอาจจะมองว่า เป็นสีที่แสดงถึงความร่ำรวย การใช้สีน้ำเงินหมายถึงคุณต้องมีฐานะ คุณถึงจะใช้สีนี้ได้ แต่ในสีน้ำเงินก็มีความความสงบเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการรับรู้เรื่องสีของแต่ละคนมากกว่า”

นอกจากแนวคิดการดึงความเป็นธรรมชาติผ่านการออกแบบพื้นที่ว่าง การเลือกใช้วัสดุ และเฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากต้นไม้ใบหญ้า มาใช้ในงานออกแบบของ ANONYM แล้ว ยังทำให้เห็นมิติและความซับซ้อนของสีที่ไม่ใช่เพียง “สีเขียว” เท่านั้น ที่สามารถแสดงออกและสื่อสารถึงความธรรมชาติ แค่เพียงสีขาวที่นำมาใช้ในสัดส่วนและพื้นผิวที่พอเหมาะก็ช่วยให้ความรู้สึกสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ในด้านของผู้นำเรื่องสีอย่าง “นิปปอนเพนต์” ได้ทำการศึกษาและวิจัยถึงแนวโน้มการใช้สีในปี 2022-23 ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้เหล่านักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และผู้ที่สนใจในเรื่องของสี นำไปเป็นคู่มือสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตผลงาน เพราะเชื่อว่า “สี” สามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้งานในพื้นที่นั้น ๆ ได้อย่างทรงพลัง โดยเทรนด์สีในอนาคตมาภายใต้ธีม RESET โทนสีที่เปรียบเสมือนตัวแทนที่ช่วยสะท้อนสภาพจิตใจและมุมมองที่มนุษย์มีต่อโลก อันส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีความรู้สึกผ่อนคลายและความมีสติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนเตรียมพร้อมสำหรับการพบเจอกับเรื่องราวดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และชุดสีแรกที่เราจะชวนไปทำความรู้จักคือ REVIVE ที่มาพร้อมเฉดสีหลักอย่างสีเขียวป่าสน

REVIVE: ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยา

ด้วยความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของธรรมชาติที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ทำให้เรามองเห็นภาพชีวิตที่พรั่งพร้อมไปด้วยสุขภาพดีและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน การที่มนุษย์หันกลับไปหาธรรมชาติและอยากเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ทำให้เรามั่นใจได้ว่านี่จะเป็นแนวทางที่ยั่งยืน

ตั้งแต่แสงอันเจิดจ้าของพระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงเสียงใบไม้เสียดสีในสายลม หรือกลิ่นอันหอมหวานของดอกไม้และธรรมชาติ ล้วนเป็นตัวกระตุ้นประสาทสัมผัสของเรา สังเกตได้จากสีของภูมิทัศน์ธรรมชาติที่เราคุ้นเคยมักมีพลังในการฟื้นฟูจิตวิญญาณและสุขภาพ และนี่คือแรงบันดาลใจสำหรับ REVIVE วิธีที่จะนำคุณประโยชน์ของธรรมชาติมาไว้ในบ้านผ่านการใช้สีสันที่เข้ากับบรรยากาศกลางแจ้ง

REVIVE ชุดสีที่เหมาะกับใช้เชื่อมต่อพื้นที่ภายนอกอาคารกับบริบทโดยรอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

KEY COLOR: DARK GREEEN: สีเขียวป่าสน

การได้ใช้เวลากับธรรมชาตินับเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สีเขียว คือสีที่เป็นตัวแทนของสุขภาพ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าอันเงียบสงบ และกลิ่นหอมสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้า เป็นตัวแทนความงามของธรรมชาติอันเขียวขจีชอุ่มแบบ

Dark GreenCOLOR STORY ONE: EVERGREEN

ค้นหาความงามของสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ นำด้วย DARK GREEN เฉดสีเขียวป่าสน ที่เราคุ้นเคย เพิ่มความสดชื่นด้วย FROGGY’S LEAFก่อนผสานทั้งสองเฉดสีนี้เข้าด้วยกัน ด้วยสี GREEN POINT เกิดเป็นสเปซสุดอบอุ่นได้บรรยากาศผ่อนคลายและดูสงบ

FROGGY’S LEAF – BGG 1748P

GREEN POINT – BGG 2596T

DARK GREEN – AC 2119A

COLOR STORY TWO: SIMPLY SUNNY

จัดทริปในวันสบาย ๆ แล้วไปอาบแดดชิล ๆ กับโทนสีขาวอุ่น  LEMON ZEST เข้ากับสีทองอ่อน OLD MAT พร้อมยกระดับด้วยสีครีม SECRET SUPERSTAR ผสานออกมาเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย เข้ากันดีกับของตกแต่งแบบแฮนด์เมด และผิวสัมผัสจากธรรมชาติ

LEMON ZEST – YO 2523P

SECRET SUPERSTAR – YO 2506P

OLD MAT – BGG 1703T SU

COLOR STORY THREE: QUIET CONTRASTS

ชุดสีที่ผสมผสานความคอนทราสต์ ได้แรงบันดาลใจมาจากความหรูหราและความอ่อนน้อมถ่อมตนระหว่างสีน้ำตาล ROXBURY BROWN ที่สร้างสมดุล กับสีขาวครีม LEMON ZEST และสีเทาSKYSCRAPER เกิดเป็นห้องโทนสีน้ำตาลที่ให้ทั้งความอบอุ่นและสง่างามไปพร้อมกัน

SKYSCRAPER – N 3092P

LEMON ZEST – YO 2523P

ROXBURY BROWN – N 1891D